ความรู้ทางวินัย เรื่อง "การนำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ในภารกิจส่วนตัว" ( 07/08/2569 )
การนำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ใน “ภารกิจส่วนตัว”
การใช้รถส่วนกลางมีหลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติกำหนดไว้ตามระเบียบการประปานครหลวง ฉบับที่ 38 ว่าด้วย รถการประปานครหลวง พ.ศ. 2555 และฉบับแก้ไขเพิ่มเติม ซึ่งการประปานครหลวงจัดให้หน่วยงานต่าง ๆ ใช้เพื่อกิจการอันเป็นส่วนรวมของหน่วยงาน และเพื่อให้บริการหน่วยงานต่าง ๆ ในลักษณะของศูนย์บริการ ทั้งที่เป็นกรรมสิทธิ์ของการประปานครหลวงและรถเช่า
การเก็บรักษารถส่วนกลาง ให้อยู่ในความควบคุมและรับผิดชอบของหน่วยงาน หรือหน่วยงานที่ควบคุมและรับผิดชอบรถ โดยให้เก็บรักษาในสถานที่เก็บของหน่วยงานนั้น ๆ หรือในบริเวณที่ทำการของการประปานครหลวง หรือเว้นแต่หัวหน้าหน่วยงานจะอนุญาตให้นำไปเก็บสถานที่อื่นได้ตามความจำเป็นโดยให้คำนึงถึงความปลอดภัยด้วย
ในกรณีที่เกิดความสูญหายหรือเสียหายขึ้นแก่รถส่วนกลางในระหว่างการเก็บรักษา ณ สถานที่ที่ได้รับอนุญาตเป็นการชั่วคราว ผู้เก็บรักษาต้องรับผิดชอบชดใช้ค่าสินไหมทดแทนให้แก่การประปานครหลวง เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าได้ใช้ความระมัดระวังดูแลรักษาเยี่ยงวิญญูชนจะพึงสงวนรักษาทรัพย์สินของตนเองแล้ว และการสูญหายหรือเสียหายนั้นมิได้เกิดขึ้นจากความประมาทเลินเล่ออย่างร้ายแรงของผู้เก็บรักษา
ในกรณีที่การสูญหายหรือเสียหายนั้น เกิดขึ้นเนื่องจากการนำไปใช้ในการอื่น ให้ผู้อื่นใช้ หรือนำไปเก็บไว้ ณ สถานที่ที่มิได้รับอนุญาต ผู้เก็บรักษาต้องรับผิดชอบทุกกรณีแม้ว่าจะเกิดด้วยเหตุสุดวิสัย เว้นแต่จะพิสูจน์ได้ว่าถึงอย่างไรความสูญหายหรือเสียหายก็จะเกิดแก่รถส่วนกลางคันนั้น
คำพิพากษาศาลปกครองสูงสุด ที่ อ.15/2555
ผู้อำนวยการ ก. ได้รับอนุญาตให้นำรถยนต์ส่วนกลางนำคณะอาจารย์ไปศึกษาดูงาน แต่หลังจากดูงานเสร็จได้นำคณะอาจารย์ไปร่วมงานศพของมารดา และระหว่างเดินทางกลับ ปรากฏว่ารถยนต์ส่วนกลางได้เกิดอุบัติเหตุพลิกคว่ำ ทำให้รถยนต์ส่วนกลางและทรัพย์สินของบุคคลภายนอกได้รับความเสียหาย ดังนั้นเมื่อในระหว่างเดินทางกลับ รถยนต์ได้เกิดอุบัติเหตุเป็นเหตุให้ทางราชการได้รับความเสียหาย ผู้อำนวยการ ก. จึงต้องรับผิดชดใช้ค่าเสียหายจากการกระทำละเมิดต่อหน่วยงานของรัฐตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ และมาตรา 10 แห่งพระราชบัญญัติความรับผิดทางละเมิดของเจ้าหน้าที่ พ.ศ. 2539
คำพิพากษาศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบภาค 6 คดีหมายเลขดำที่ อท.12/2561 คดีหมายเลขแดงที่ อท. 33/2561
ผู้อำนวยการ ข. เป็นเจ้าพนักงานซึ่งมีหน้าที่จัดการหรือรักษารถยนต์ส่วนกลางซึ่งเป็นทรัพย์ของหน่วยงานแห่งหนึ่ง แต่ผู้อำนวยการ ข. ได้สั่งให้พนักงานขับรถใช้รถยนต์ส่วนกลางรับส่งระหว่างที่พักกับที่ทำงานเป็นประจำ และมีคำสั่งให้พนักงานขับรถนำรถยนต์ส่วนกลางพาไปทำธุระส่วนตัวในวันเสาร์และอาทิตย์ กรณีเช่นนี้จึงมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 (เดิม) และมีโทษจำคุก และยังเป็นความผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริตตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
ดังนั้น การนำรถยนต์ส่วนกลางไปใช้ใน “ภารกิจส่วนตัว” นอกจากจะมีความรับผิดทางอาญา ความรับผิดในทางความเสียหายที่เกิดขึ้น ยังอาจมีความผิดในทางวินัยในเรื่องของการไม่ปฏิบัติตามกฎระเบียบของหน่วยงาน รวมทั้งอาจเป็นการกระทำอันได้ชื่อว่าเป็นผู้ประพฤติชั่วอย่างร้ายแรงตามข้อบังคับการประปานครหลวง ฉบับที่ 115 ว่าด้วย การบริหารงานบุคคล พ.ศ. 2543 จึงเป็นหน้าที่ของผู้รับผิดชอบเกี่ยวกับการใช้รถส่วนกลาง ต้องพึงระมัดระวังในการใช้รถให้เป็นไปตามระเบียบของหน่วยงาน
บทความเผยแพร่ความรู้ทางวินัย : ฉบับที่ 1/2569
จัดทำโดย : กองวินัย ฝ่ายกฎหมาย การประปานครหลวง
ผู้เรียบเรียง นางสาวพรรณฉัตร อัชรพงศ์ นิติกร 6 กองวินัย